การปฏิรูปการปกครองสมัยรัชกาลที่ 5
1. การจัดตั้งสภาที่ปรึกษา
เพื่อให้ขุนนาง ข้าราชการได้คุ้นเคยกับการปกครองในรูปแบบใหม่ ทำให้ขุนนาง ข้าราชการได้รู้จักการแสดงความคิดเห็น รัชการที่ 5 แต่งตั้งให้มี 2 สภา คือ
1.1 สภาที่ปรึกษาราชการแผ่นดิน ทำหน้าที่ประชุมปรึกษาในเรื่องราชการแผ่นดิน การออกกฎหมายต่างๆ
1.2 สภาที่ปรึกษาส่วนพระองค์ ทำหน้าที่ให้คำปรึกษาส่วนพระองค์เกี่ยวกับราชการต่างๆ
2. การปฏิรูปการปกครองส่วนกลาง
ใน พ.ศ.2430 พระเจ้าน้องยาเธอ กรมหลวงเทวะวงศ์วโรปการเสด็จกลับจากดูงานการปกครองในประเทศสหรัฐอเมริกา ยุโรป และญี่ปุ่น จึงทรงจัดตั้งกรมขึ้นใหม่ 6 กรม รวมกับที่มีอยู่แล้วเป็น 12 กรม คือ
- กรมมหาดไทย - กรมพระคลัง
- กรมพระกลาโหม - กรมยุติธรรม
- กรมท่า - กรมยุทธนาธิการ
- กรมวัง - กรมธรรมการ
- กรมเมือง - กรมโยธาธิการ
- กรมนา - กรมมรธาธิการ
ในพ.ศ.2435 กรมเหล่านี้ได้รับการยกฐานะขึ้นเป็นกระทรวงและโปรดฯให้ยกเลิกการปกครองเป็นจตุสดมภ์ และในพ.ศ.2437 ได้มีพระราชบัญญัติแยกอำนาจหน้าที่ของกระทรวงกลาโหมและมหาดไทยออกจากกัน
3. การปฏิรูปการปกครองส่วนภูมิภาค
มีการปกครองตามระบบเทศาภิบาลซึ่งระบุไว้ในประกาศจัดปันหน้าที่ระหว่างกระทรวงกลาโหมและกระทรวงมหาดไทย ร.ศ.113 โดยรวมหัวเมืองหลายเมืองเข้าเป็น 1 มณฑล มีข้าหลวงเทศาภิบาลเป็นผู้บัญชาการมณฑลละ 1 คน ซึ่งต้องขึ้นตรงต่อกระทรวงมหาดไทย การเปลี่ยนระบบการปกครองหัวเมืองเป็นระบบเทศาภิบาลไม่ได้ดำเนินการเป็นไปอย่างราบรื่นเพราะรัฐบาลมีปัญหาหลายอย่าง
4. การปฏิรูปการปกครองส่วนท้องถิ่น
ต้องการให้ราษฎรมีส่วนร่วมในการปกครองประเทศ ได้มีการประกาศพระราชบัญญัติจัดการสุขาภิบาล สุขาภิบาลหัวเมืองแห่งแรกคือ สุขาภิบาลตำบลท่าฉลอม จังหวัดสมุครสาคร ตั้งขึ้นในพ.ศ.2448